เรื่อง: ชุดแต่งงานมุสลิม แนวโน้ม โตต่อเนื่อง
 
 1740

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

My Name: admin ออฟไลน์
Administrator
เพศ: ชาย
  • ดูรายละเอียด
  • ฮิญาบ
29 เม.ย. 16, 10:52:37 น.


ศักยภาพของคนพัฒนากันได้ จากที่ไม่รู้เรื่องเทรนด์แฟชั่นก็เริ่มเรียนรู้และบุกเบิกร้านให้เช่าชุดแต่งงานเป็นเจ้าแรกในย่านมีนบุรี กับร้านซอและห์ เว็ดดิ้ง & สตูดิโอ ของ นางปราณี หมัดสะอิ๊ด


นางปราณี หมัดสะอิ๊ด กล่าวว่า พฤติกรรมของการแต่งงานมุสลิมต่างจากชาวพุทธ คือจะสามารถแต่งงานได้ทั้งปี ไม่มีเดือนดี/ไม่ดี ทำให้สินค้าทยอยออกได้เรื่อย ๆ ที่สำคัญคือชุดจะมิดชิดไม่เห็นแม้แต่เส้นผม เปิดเผยเพียงใบหน้า จุดขายจึงไปอยู่ที่การประดับประดาฮิญาบให้อลังการ เน้นลูกไม้ เพชรพลอย และคริสตัลที่แวววาว ซึ่งการออกแบบตกแต่งผ้าฮิญาบเป็นการให้บริการหนึ่งที่น้อยคนจะทำได้ ส่วนชุดไอเดียหาได้จากเทรนด์ทั่วไปแต่ต้องมาเติมในส่วนของคอ ปิดอก เพิ่มแขน รวมถึงสีสันของชุดที่ในวันเลี้ยงเพื่อนจะเน้นชุดแต่งงานที่เป็นสีสันจัด ๆ เช่น แดง ฟ้า ชมพู ซึ่งไทยพุทธจะไม่นิยมใส่ และยังมีช่องว่างอยู่ในตลาดเดิมเริ่มต้นจากการที่สามีเป็นช่างถ่ายรูปรับทั้งงานรับปริญญา ถ่ายสินค้าโฆษณา ไปจนถึงรูปในงานแต่งงาน และมีลูกค้าที่ต้องการครบแพ็กเกจ คือ ถ่ายรูป แต่งหน้า ทำผม และเช่าชุด ทำให้เริ่มทำธุรกิจสำหรับแต่งงานแบบครบวงจร โดยตั้ง “ซอและห์ เว็ดดิ้ง & สตูดิโอ” จัดงานแบบเต็มรูปแบบเจ้าแรก ๆ ย่านมีนบุรี ในปี 2553 กับชุดแต่งงานเพียง 10 กว่าชุด จนปัจจุบันมีไม่ต่ำกว่า 100 แบบทั้งบ่าวสาว


นางปราณีกล่าวอีกว่า มีการศึกษาเทรนด์เพื่อมาพัฒนาชุดจากต่างประเทศอยู่ตลอด โดยดูจากแฟชั่นมุสลิมจากประเทศตุรกี ซึ่งเป็นมุสลิมสมัยใหม่ และมีความทันสมัยมากในเรื่องการแต่งกาย แล้วมาประยุกต์ตัด นอกจากนี้ ยังไปร่วมอบรมกับทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในการทำความเข้าใจเรื่องเทรนด์แฟชั่น เพื่อนำมาแนะนำให้เหมาะกับผู้สวมใส่ที่สุด ทำให้เมื่อเขาใส่สวยก็จะบอกต่อ นอกจากนี้ กระแสงานแต่งงานของคนดังก็เป็นเทรนด์ที่ทางร้านต้องติดตาม และนำมาประยุกต์ให้ทัน เช่น งานแต่งงานของเจ้าหญิงเคตแห่งอังกฤษ งานแต่งงานแอฟ ทักษอร โดยบางชุดจะเป็นชุดเกาะอก ทางร้านก็เพิ่มในส่วนของแขน และเพิ่มตัวเสื้อเพื่อปิดส่วนคอ เพื่อให้ถูกต้องตามหลักศาสนาได้ “งานแต่งงานที่เป็นกระแสทั้งลูกค้าไทยพุทธ มุสลิมเห็นจะเป็นของเป้ย ปานวาด ที่ทำให้เจ้าสาวในช่วงนั้นหันมาเข้าร้านชุดแต่งงานมุสลิมกันเพิ่มขึ้น และร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น อย่างกว้างขวางมากขึ้น”


“รวมถึงสาวร่างท้วมก็นิยมมาเลือกชุดจากร้านมุสลิม เพราะร้านมุสลิมจะมีการปกปิดมิดชิด และเป็นแขนยาวทั้งหมด ทำให้เป็นทางเลือกเจ้าสาวเจ้าเนื้อที่ไม่อยากโชว์แขนล่ำๆ ทั้งหลาย โดยค่าเช่าชุดนั้นก็ราคาเท่ากันกับร้านของไทยพุทธ”


ส่วนชุดที่ตกเทรนด์ ทางร้านสามารถนำไปจำหน่ายให้ร้านเช่าชุดแต่งงานเจ้าประจำจากทางภาคใต้ ที่จะมาขนซื้อเพื่อไปเป็นคอลเล็กชั่นใหม่ของร้านอีกทอดหนึ่ง


ปัจจุบันมีร้านเกิดใหม่ในย่านเดียวกันอยู่มากจากเดิมในย่านนี้มีร้านชุดแต่งงานมุสลิมไม่ถึง 5 ร้าน แต่เพียง 3 ปีร้านผุดขึ้นมากกว่า 30 ร้าน อีกทั้งยังแข่งขันกันด้านราคาทำให้ทางร้านมีรายได้น้อยลงไปบ้าง และสินค้ามีการก๊อบปี้ จากการเช่ากว่า 10 ชุดต่อสัปดาห์ เหลือเพียง 2 ชุดต่อสัปดาห์ สิ่งที่ทำให้ลูกค้าเลือกเราคือ เรื่องของอัธยาศัย การแนะนำลูกค้า “การมัดใจลูกค้า การเอ็นเตอร์เทนลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ ทางร้านสามารถแนะนำให้คำปรึกษาในเรื่องชุดที่เหมาะกับเขา เช่น สาวร่างท้วมจะแนะนำเลยว่า ชุดทรงเอ หางปลาจะทำให้ดูเพรียวกว่าแบบฟูฟ่อง บาน ๆ รวมถึงการแต่งผม ซึ่งต้องเก็บหลายชั้นมาก และต้องเก็บให้เนี้ยบที่สุด แต่ด้วยคู่แข่งที่มีมากขึ้นทางร้านเข้าใจธรรมชาติของลูกค้าว่าลูกค้าอยากสวยที่สุด ดังนั้น เขาจะเลือกเยอะ หรือมัดจำแล้วเปลี่ยนใจไม่เอาก็ไม่ว่ากัน เน้นรักษาลูกค้าเก่า เพราะชาวมุสลิมจะมีความมั่นคงต่อแบรนด์มากๆ ลูกค้าที่ใช้บริการบางรายใช้บริการร้านเราตั้งแต่ลูกสาวคนโตจนถึงคนเล็กเลย”


ในส่วนการถ่ายรูปพรีเวดดิ้งนั้นศาสนาอิสลามจะเคร่งครัด คือหากยังไม่เข้าพิธีนิกะห์จะไม่สามารถถูกเนื้อต้องตัวกันได้ การที่มีช่างภาพเป็นคนมุสลิมจะสามารถรู้ว่าความเหมาะสมของถ่ายรูปได้ คือไม่โดนตัวก็สวีตได้ เป็นต้น เป็นที่พอใจของคู่บ่าวสาว รวมทั้งญาติมากกว่า


ในส่วนของช่องทางออนไลน์ ร้านใช้เฟซบุ๊ก ส่วนตัว เพราะอัพได้ตลอด ทั้งแบบสินค้าใหม่ หรือผลงานที่ผ่านมา และทิ้งเบอร์ติดต่อ ได้ลูกค้าต่างจังหวัดมากขึ้นถึง 20% โดยมีทั้งจาก 3 จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียงอย่างปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ลูกค้าในต่างจังหวัดจะตามเทรนด์ตลอด และมีความสามารถในการจ่ายสูง เพราะงานแต่งงานมุสลิมจะเน้นเรื่องความอลังการอยู่แล้ว แต่ร้านสำหรับเช่าชุดวิวาห์ที่ตอบโจทย์ในต่างจังหวัดมีน้อย หลายคนเมื่อจะแต่งงานจะเข้ามายังกรุงเทพฯเพื่อหาร้านเช่า/ตัด เพื่อไปแต่งที่บ้าน ด้วยช่องทางใหม่ทำให้ทางร้านสามารถโปรโมตออกไปสู่ลูกค้าได้กว้างและไกลยิ่งขึ้น ทำให้มีลูกค้าต่างจังหวัดเข้ามาใช้บริการดังกล่าว


ส่วนลูกค้าที่ไม่สามารถมาลองด้วยตนเอง ทางร้านจะให้รายละเอียดของขนาด และเมื่อพูดคุยกับลูกค้าจะแก้แล้วส่งไปรษณีย์ไปให้ ซึ่งค่าใช้จ่ายทางผู้เช่าจะเป็นคนรับผิดชอบ หรือหากซื้อเป็นแพ็กเกจทางร้านจะไปถ่ายรูปยังต่างจังหวัดให้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นเทรนด์แฟชั่นจากฝั่งไหน หากมีความเข้าใจในหลักศาสนาและเรื่องของแฟชั่นก็สามารถดึงมาปรับใช้เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าและเกิดรูปแบบของตัวเองได้

เรียบเรียงโดยมุสลิมไทยโพสต์

ที่มา: prachachat.net

www.muslimthaipost.com